เครื่องคำนวณส่วนลด

คำนวณราคาสุทธิหลังส่วนลด เงินที่ประหยัด และเปอร์เซ็นต์ระหว่างสองราคา ย้อนหาราคาเดิมหรือเทียบส่วนลดต่อเนื่องสองชั้น ใช้จุดเป็นตัวคั่นทศนิยม

เลือกสิ่งที่ต้องการคำนวณ

กรอกราคาเดิมและเปอร์เซ็นต์ส่วนลด เพื่อได้ราคาสุทธิและเงินที่ประหยัด

กรอกราคาเดิมและราคาสุทธิ เพื่อได้เปอร์เซ็นต์ส่วนลดและเงินที่ประหยัด

กรอกราคาที่จ่ายและเปอร์เซ็นต์ที่ใช้แล้ว เพื่อย้อนหาราคาเดิม

กรอกราคาเดิมและส่วนลดต่อเนื่องสองชั้น เพื่อได้ราคาสุทธิและส่วนลดจริง

%
%

ราคาเดิม =

ราคาหลังส่วนลดชั้นแรก =

ราคาสุทธิ =

เงินที่ประหยัด =

ส่วนลด =

ส่วนลดจริง =

สูตรที่ใช้ในการคำนวณ:

วิธีใช้เครื่องคำนวณส่วนลดนี้

ชื่อแต่ละแท็บคือผลลัพธ์ที่คุณจะได้ เครื่องคำนวณให้ราคาสุทธิ เงินที่ประหยัด และเปอร์เซ็นต์ส่วนลด ถ้าป้ายไม่มี % หรือเขียนว่า ลด 20% แล้วลดเพิ่มอีก 10% ให้เปลี่ยนแท็บ

วิธีใช้ตามขั้นตอนนี้:

  1. เลือกแท็บตามสิ่งที่ต้องการคำนวณ: ราคาสุทธิ (รู้ราคาเดิมและ %), เปอร์เซ็นต์ (รู้ทั้งสองราคา), ราคาเดิม (รู้ราคาที่จ่ายและ % ที่ใช้แล้ว) หรือ ต่อเนื่อง (ส่วนลดสองชั้นติดกัน)
  2. กรอกค่าที่รู้อยู่แล้วสองค่า ถ้ามีทศนิยมให้ใช้จุดคั่น เช่น 19990.5 หรือ 12.5
  3. ส่วนลดเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์: 20 หมายถึง 20% ไม่ใช่ 0.20 ที่ ความละเอียดทศนิยม เลือก 0 ถึง 4 ตำแหน่ง ค่าเริ่มต้นคือ 2
  4. กดคำนวณ คุณจะเห็นราคาเดิม ราคาสุทธิ เงินที่ประหยัด และเปอร์เซ็นต์พร้อมสูตรของการคำนวณนั้น ปุ่มคัดลอกข้างแต่ละตัวเลขวางผลลัพธ์ให้ ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ

การคำนวณไม่ขึ้นกับสกุลเงิน ใช้ได้กับบาท ดอลลาร์ หรือสกุลอื่น ถ้าหลังส่วนลดต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ใช้ เครื่องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม กับราคาที่ลดแล้ว

ส่วนลดคืออะไร

ส่วนลดคือการลดจากยอดอ้างอิง: ราคา หนี้ ค่าธรรมเนียม หรือดอกเบี้ย อาจเป็นจำนวนคงที่ (หัก 10) หรือเปอร์เซ็นต์ของยอดนั้น ในร้านค้าคือส่วนที่ผู้ขายลดจากป้ายราคาหรือจากค่าเดิม

เครื่องนี้ครอบคลุมกรณีทั่วไป: เปอร์เซ็นต์ส่วนลดจากราคาขาย 20% จากหนึ่งร้อยทำให้สินค้าเหลือ 80 และประหยัด 20 การหักเปอร์เซ็นต์คือการหักส่วนนั้นจากราคา ไม่ใช่การหารราคาด้วย 20

เปอร์เซ็นต์บนป้ายไม่ใช่เสมอไปว่าเป็นเงินที่ประหยัดจริง «สูงสุด 70%» มักใช้ได้แค่บางสินค้า และราคาขีดฆ่าที่ตั้งสูงทำให้ส่วนลดเล็กดูใหญ่ เทียบราคาสุทธิกับราคาที่สินค้าชิ้นนั้นเพิ่งขาย ไม่ใช่แค่ป้าย ส่วนลดก็ไม่ใช่กำไรขั้นต้นของผู้ขาย: กำไรเป็นเรื่องภายใน สิ่งที่คุณสนใจคือยอดที่จ่าย

นี่ยังไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ทั่วไปของจำนวน ถ้าต้องการ «A% ของ B คือเท่าไร» หรือการบวกเพิ่ม ให้ใช้ คำนวณเปอร์เซ็นต์. เครื่องมือนี้สำหรับราคา: ราคาเดิม ส่วนลด และยอดที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นสินค้า ยอดบิล หรือปริมาณข้อเสนอ

วิธีคำนวณส่วนลด

การคำนวณส่วนลดต้องใช้สองในสามอย่างนี้: ราคาเดิม เปอร์เซ็นต์ส่วนลด และราคาสุทธิ อันที่สามหาได้ ไม่สำคัญว่าเป็นราคาสินค้า มูลค่า หรือยอดเงิน การคำนวณเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์เขียนเป็นเปอร์เซ็นต์ (20 คือ 20%) และหารด้วย 100 เมื่อใส่ในสูตร

วิธีหาราคาสุทธิจากเปอร์เซ็นต์ส่วนลด

ถ้ารู้ราคาเดิมและเปอร์เซ็นต์ส่วนลด:

  1. แปลงส่วนลดเป็นทศนิยม: 20/100 = 0.20
  2. ลบออกจาก 1 เพื่อดูว่าราคาเหลือกี่ส่วน: 1 − 0.20 = 0.80
  3. คูณราคาเดิมด้วยตัวคูณนั้น: 100 × 0.80 = 80 เงินที่ประหยัดคือส่วนที่หัก: 100 − 80 = 20

ราคาสุทธิ = ราคาเดิม × (1 − ส่วนลด / 100)

เงินที่ประหยัด = ราคาเดิม − ราคาสุทธิ

วิธีหาเปอร์เซ็นต์ส่วนลดจากราคาเดิมและราคาสุทธิ

ถ้ารู้ราคาเดิมและราคาสุทธิ และอยากตรวจว่าเปอร์เซ็นต์บนป้ายถูกต้อง:

  1. ลบราคาสุทธิจากราคาเดิม: 120 − 90 = 30 ผลต่างนี้คือเงินที่ประหยัด
  2. หารเงินที่ประหยัดด้วยราคาเดิม: 30/120 = 0.25
  3. คูณ 100: 0.25 × 100 = 25 ส่วนลดจริงคือ 25%

ส่วนลด % = ((ราคาเดิม − ราคาสุทธิ) / ราคาเดิม) × 100

วิธีหาราคาเดิมจากราคาสุทธิและเปอร์เซ็นต์ส่วนลด

ถ้ารู้ยอดที่จ่ายและเปอร์เซ็นต์ที่ใช้แล้ว ต้องหารด้วยส่วนที่เหลือของราคา ไม่ใช่คูณด้วย 1 บวกส่วนลด:

  1. แปลงส่วนลดเป็นส่วนที่เหลือ: 1 − 20/100 = 0.80
  2. หารราคาสุทธิด้วยตัวคูณนั้น: 80/0.80 = 100

ราคาเดิม = ราคาสุทธิ / (1 − ส่วนลด / 100)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ ราคาสุทธิ × (1 + ส่วนลด / 100) วิธีนั้นไม่ได้ราคาป้ายกลับมา ที่ 80 และ 20% การคำนวณที่ถูกคือ 80/0.80 = 100 ไม่ใช่ 80 × 1.20 = 96

ส่วนลดต่อเนื่อง: ทำไมบวกกันไม่ได้

ส่วนลดต่อเนื่องสองชั้นห้ามบวกกัน เปอร์เซ็นต์ที่สองใช้กับราคาที่ลดแล้ว ไม่ใช่ราคาเดิม «ลด 20% แล้วลดเพิ่มอีก 10%» ไม่ใช่ 30%

วิธีที่ถูกคือคูณส่วนที่เหลือหลังแต่ละชั้น:

ราคาสุทธิ = ราคาเดิม × (1 − d1/100) × (1 − d2/100)

ส่วนลดจริง % = (1 − (1 − d1/100) × (1 − d2/100)) × 100

จากหนึ่งร้อย 20% เหลือ 80 ส่วนลดเพิ่ม 10% ตกที่ 80 นี้และหัก 8 ราคาสุทธิคือ 72 เงินที่ประหยัดจริง 28 คือ 28% ไม่ใช่ 30% ลำดับของส่วนลดเปอร์เซ็นต์สองชั้นไม่เปลี่ยนผล: 20% แล้ว 10% เท่ากับ 10% แล้ว 20%

ส่วนลดชั้นเดียวคือเปอร์เซ็นต์หนึ่งจากราคาเดิม ถ้าโปรผูกสองชั้น (20% แล้วลดเพิ่มอีก 10%) ก็ไม่ใช่ชั้นเดียวแล้ว แท็บต่อเนื่องใช้ทั้งสองชั้นตามลำดับและแสดงเปอร์เซ็นต์จริง

ตัวอย่างส่วนลดในชีวิตจริง

ตัวอย่าง 1: ส่วนลด 10% จากสินค้า

สินค้าราคา 100 มีส่วนลด 10%:

ราคาสุทธิ = 100 × (1 − 10/100) = 100 × 0.90 = 90

เงินที่ประหยัด = 100 − 90 = 10

คุณจ่าย 90 และประหยัด 10 10% ของราคาคือราคานั้นเลื่อนทศนิยมไปทางซ้ายหนึ่งตำแหน่ง

ตัวอย่าง 2: ป้ายไม่มีเปอร์เซ็นต์

ราคาเดิม 120 ราคาสุทธิ 90 ไม่มี %:

ส่วนลด % = ((120 − 90)/120) × 100 = 25%

ส่วนลดจริงคือ 25% เงินที่ประหยัด 30 ใช้ตรวจว่าส่วนลดที่โฆษณาตรงกับสองราคาหรือไม่

ตัวอย่าง 3: ลด 20% แล้วลดเพิ่มอีก 10% ในโปร

ร้านประกาศลด 20% และที่แคชเชียร์ลดเพิ่มอีก 10% ของราคา 100 อย่าบวกสองส่วนลด ใช้ชั้นหนึ่งก่อน แล้วใช้ชั้นสองกับส่วนที่เหลือ:

ราคาหลัง 20% = 100 × (1 − 20/100) = 80

ราคาสุทธิ = 80 × (1 − 10/100) = 72

ส่วนลดจริง = (1 − 0.80 × 0.90) × 100 = 28%

คุณจ่าย 72 ไม่ใช่ 70 เงินที่ประหยัดจริงคือ 28 คือ 28%: 10% ชั้นสองคิดจาก 80 ไม่ใช่จาก 100 30% ที่ได้จากการบวก 20 กับ 10 ไม่มี แท็บต่อเนื่องแสดงเปอร์เซ็นต์จริงนี้

วิธีคำนวณส่วนลดใน Excel

ใส่ราคาเดิมใน A2 เปอร์เซ็นต์ส่วนลดใน B2 (20 คือ 20% ไม่ใช่ 0.20) และถ้ามี ราคาสุทธิใน C2

ราคาสุทธิจากราคาเดิมและเปอร์เซ็นต์

คูณราคาด้วยส่วนที่เหลือหลังส่วนลด: =A2*(1-B2/100) ถ้า A2 เป็น 100 และ B2 เป็น 20 ผลคือ 80

เปอร์เซ็นต์ส่วนลดระหว่างสองราคา

หารผลต่างด้วยราคาเดิม: =(A2-C2)/A2 จัดรูปแบบเซลล์เป็นเปอร์เซ็นต์ หรือคูณ 100 ถ้าต้องการเลข 25 ไม่ใช่ 0.25

ราคาเดิมจากราคาส่วนลด

หารราคาสุทธิด้วยส่วนเติมเต็มของส่วนลด: =C2/(1-B2/100) C2 เป็น 80 และ B2 เป็น 20 ได้ 100

ส่วนลดต่อเนื่องสองชั้น

ถ้าเปอร์เซ็นต์ชั้นสองอยู่ใน C2: =A2*(1-B2/100)*(1-C2/100) ที่ 100, 20 และ 10 ผลคือ 72